วันจันทร์ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2552

เรื่องแปลกแต่จริง

ระเบิดควันปลาหมึกยักษ์มีวิธีการป้องกันตัวคล้ายการสร้างระเบิดควันของทหารเมื่อเผชิญหน้ากับศัตรู มันจะพ่นหมึกดำในถุงด้านหลังลำตัวออกมาทำให้น้ำบริเวณรอบ ๆขุ่นดำ แล้วมันจะรีบหนีไปนักวิทยาศาสตร์พบว่ามันสามารถเปลี่ยนสีหมึกของมันให้เข้ากับสภาพแวดล้อมได้ด้วย เช่นสีแดง สีเหลือง สีเทา เป็นต้นกบหดตัวกบพาราดอกซิคัล (Paradoxical) ในอเมริกาใต้มีความพิเศษคือยิ่งมันเจริญเติบโตขึ้นตัวก็ยิ่งเล็กลงเมื่อเป็นลูกอ๊อดมันมีลำตัวยาวถึง 10 นิ้วแต่เมื่อโตเป็นกบลำตัวจะหดลงจนเหลือขนาดไม่เกิน 3 นิ้วเท่านั้นหนอนกระสือหนอนกระสือตัวเมียจะมีอวัยวะที่เรืองแสงอยู่บริเวณใต้ท้องซึ่งใช้ส่งสัญญาณไปยังปีกของตัวผู้ที่บินอยู่ด้านบนหนอนกระสือตัวเมียสามารถควบคุมการเปล่งแสงได้โดยจะใช้แสงต่อเมื่อต้องการดึงดูดตัวผู้เท่านั้นแสงนำทางรู้ไหมทำไมผีเสื้อกลางคืนจึงชอบบินเข้าหาแสงไฟในตอนกลางคืนเพราะปกติผีเสื้อกลางคืนจะใช้แสงจันทร์นำทางแต่แสงอื่นทำให้มันสับสนและประสาททางด้านทิศทางเสียไป ดังนั้นมันจึงพยายามปรับแสงจันทร์ปลอมให้ทำมุมเดียวกันกับแสงจันทร์จริง ๆโดยการบินเป็นวงกลมเข้ามาใกล้แสงนั้นมากขึ้นเครื่องขยายเสียงจิ้งหรีดตัวผู้จะใช้เสียงเพลงซึ่งเกิดจากขาหน้าเสียดสีกันการดึงดูดตัวเมียแต่จะไม่ดังนัก มันจึงสร้างเครื่องขยายเสียงชนิดพิเศษโดยการขุดรังใต้ดินให้มีอุโมงค์ทางเข้าสองทางแล้วก็ยืนส่งเสียงไพเราะอยู่ทางอุโมงค์ด้านหนึ่ง แต่ที่แปลกอีกอย่างหนึ่งก็คือหูที่ไวต่อเสียงของมันไม่ได้อยู่ที่หัวแต่ที่อยู่ที่ขาสัตว์มีเหงื่อหรือไม่สุนัขก็มีเหงื่อครับแต่เหงื่อของมันจะออกบริเวณฝ่าเท้า นอกจากนี้สัตว์อื่น ๆ เช่น วัวจะมีเหงื่อออกทางจมูกส่วนเหงื่อของฮิปโปโปเตมัสจะออกมาจากทุกส่วนของร่างกายและจะเป็นเหงื่อสีแดงลองสังเกตนะคะว่าสัตว์อื่น ๆมีเหงื่อออกที่ส่วนใดของร่างกายหนึ่งไม่มีสองคนเรามีลายนิ้วมือไม่เหมือนกันม้าลายแต่ละตัวก็มีแถบลายเฉพาะที่ซึ่งจะไม่ซ้ำกับม้าลายตัวอื่น ๆเช่นกันหนูนักร้องหนูเป็นสัตว์ที่สามารถร้องเพลงได้แต่เสียงร้องของมันจะเป็นเสียงซูเปอร์โซนิค (Supersonic) ซึ่งมีลักษณะเป็นเสียงสูงและรัว ทำให้เราไม่ได้ยินเสียงเพลงของมันแต่ถ้ามันลดระดับเสียงให้ต่ำลงจนถึงระดับปกติที่เราสามารถได้ยินเราก็จะได้ยินเสียงเพลงจากหนูได้สัตว์ปากกว้างสัตว์ที่สามารถอ้าปากได้กว้างที่สุดคืองูเหลือมเรติคูเลเตด (Reticulated python) มันสามารถยืดตัวได้ถึง 10 เมตร และอ้าปากกว้างจนกลืนกินสัตว์ที่มีน้ำหนัก 55 กิโลกรัม จึงไม่แปลกที่จะมีคนพบสัตว์ใหญ่ ๆอย่างเสือดาวในท้องของมันไม่เอาไมโครโฟนไซเมียง (Simiang) เป็นสัตว์บกที่มีถุงลมขนาดใหญ่ จึงตะโกนได้เสียงดังกว่าสัตว์อื่น ๆมันสามารถตะโกนให้สัตว์ที่อยู่ห่างออกไปถึง 8 กิโลเมตรได้ยินได้ส่วนสัตว์น้ำที่สามารถตะโกนได้เสียงดังที่สุดคือ ปลาวาฬรอร์ควอล (Rorqual whale) มันสามารถร้องเพลงด้วยความถี่ 20 เฮิรตซ์ ให้ได้ยินไปไกลถึง 150 กิโลเมตรเลยทีเดียวนักแม่นธนูปลาเสือมีวิธีจับเหยื่อที่คล้ายกับการยิงธนูโดยมันจะพ่นน้ำไปยังแมลงที่เกาะอยู่บนต้นพืชเหนือน้ำ ทำให้แมลงตกลงในน้ำจากนั้นก็จะตรงเข้าไปฮุบแมลงนั้นไว้ทันที ปลาเสือสามารถพ่นน้ำใส่เหยื่อของมันในระยะ 3 เมตรได้อย่างแม่นยำอาวุธของทากทะเลทากทะเลไม่มีเปลือกห่อหุ้มร่างกาย ดังนั้นมันจึงป้องกันตัวโดยการกินเซลล์เข็มพิษของแมงกะพรุนเข้าไปเพื่อใช้เป็นอาวุธเข็มพิษนี้จะไม่ถูกย่อยไปพร้อมกับอาหารแต่จะถูกส่งไปเก็บไว้ที่ใต้ผิวหนังบริเวณด้านหลังเมื่อต้องเผชิญหน้ากับศัตรูมันก็จะป้องกันตัวด้วยการปล่อยเข็มพิษออกมาปลาฉลามว่ายน้ำถ้าเรามีโอกาสได้เฝ้าดูปลาฉลามอย่างใกล้ชิดก็จะพบว่าปลาฉลามต้องว่ายน้ำตลอดเวลาหากหยุดว่ายน้ำมันจะตาย เพราะปลาชนิดอื่น ๆ จะมีถุงลมทำให้หายใจได้แม้ไม่เคลื่อนที่แต่ปลาฉลามไม่มีถุงลม ดังนั้นถ้ามันหยุดว่ายน้ำก็จะทำให้ไม่มีออกซิเจนไหลผ่านเหงือกจึงไม่มีออกซิเจนใช้ในการหายใจสุดยอดตัวอ่อนตัวอ่อนของสัตว์ที่กินเก่งที่สุดในโลกคือตัวอ่อนของผีเสื้อกลางคืนในอเมริกาเหนือเนื่องจากมันสามารถกินอาหารที่มีน้ำหนักมากถึง 86,000 เท่าของน้ำหนักตัวภายในเวลา 48 ชั่วโมงแรกที่มันเกิดมา

เรื่องแปลกแต่จริง

น้ำหนักลดไม่ว่าเราจะมีน้ำหนักมากน้อยเพียงใดก็ตาม น้ำหนักของเราจะสามารถลดลงได้ 300 กรัมทุกวันในขณะที่เรานอนหลับแต่อย่าเพิ่งดีใจไปนะคะ เพราะทันทีที่ตื่นขึ้นมาน้ำหนักของเราก็จะเท่าเดิมอาณาจักรแห่งความฝันนักวิทยาศาสตร์พบว่าถ้าวันหนึ่ง ๆ เรานอนหลับประมาณ 8 ชั่วโมง เราจะฝัน 3-5 ครั้งต่อคืนโดยช่วงความฝันแต่ละครั้งใช้เวลานานประมาณ 10-30 นาทีและถ้าเราถูกปลุกขึ้นมาในระหว่างที่กำลังฝันอยู่เราอาจจะจำความฝันนั้นได้หรือไม่ได้ก็ได้ความฝันเชื่อหรือไม่ว่าความฝันช่วยทำให้จิตใจของเราสดชื่นเบิกบานได้ไม่ว่าเราจะจำความฝันนั้นได้หรือไม่ก็ตามเพราะความฝันจะแสดงถึงสิ่งที่เราอยากทำเมื่อตื่นแต่เราไม่สามารถทำได้ด้วยเหตุผลนานาประการเวลาของความฝันผู้เชี่ยวชาญแสดงทัศนะเกี่ยวกับเวลาในช่วงของความฝันไว้ว่าเวลาที่เราตื่นอยู่ประสาทความรู้สึกเกี่ยวกับเวลาของเราจะเป็นแนวตั้ง ดังนั้นเราจึงรับรู้แต่ขณะปัจจุบันเท่านั้น แต่เมื่อเราหลับมันจะกลายเป็นเส้นแนวนอนทำให้เราสามารถเดินทางไปในอดีตและอนาคตได้สร้างความฝันถ้าอยากให้ความฝันสวยงามลองงดดื่มเครื่องดื่มทุกชนิดประมาณ 1-2 ชั่วโมงก่อนเข้านอนสิครับ เพราะผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าจะทำให้ความฝันยิ่งใหญ่และถ้าใครเห็นความฝันของตนเองเป็นสีต่าง ๆ ละก็แสดงว่าเป็นคนที่ไวต่อการกระตุ้นต่างๆ รอบตัวมากทีเดียวจมูกของมดใครรู้บ้างว่ามดใช้อะไรในการดมกลิ่นคำตอบก็คือใช้เท้านั่นเองการใช้เท้าดมกลิ่นช่วยให้มันสามารถตามกลิ่นที่เพื่อนของมันทิ้งไว้ตามทางได้นอกจากนี้มันยังสามารถใช้ข้อต่อที่หนวดรับกลิ่นได้อีกด้วยนายช่างใหญ่บีเวอร์เป็นสัตว์ที่ชอบสร้างเขื่อนและบ้านของมันมากมันจะคาบกิ่งไม้และกินไม้เป็นอาหาร ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะถ้าไม่ได้กัดไม้ทุกวันฟันของมันก็จะงอกและยาวขึ้นอย่างรวดเร็วทำให้มันกินอาหารไม่ได้และอดตายในที่สุดอูฐลื่นอูฐเป็นสัตว์ที่ขาแต่ละข้างประกอบด้วยนิ้วขนาดใหญ่ 2 นิ้วปกคลุมด้วยแผ่นรองเท้าที่หนาและเหนียวทั้งยังมีแผ่นหนังบาง ๆเชื่อมนิ้วเท้าให้ติดกัน ทำให้เท้าอูฐแข็งแรงเหมาะสำหรับเดินในทะเลทรายแต่หากจับอูฐมาอยู่ในโคลนละก็เท้าแบบนี้ก็ไร้ประโยชน์เพราะจะทำให้อูฐลื่นไถลได้ง่ายหางเก็บอาหารมีสัตว์อยู่หลายชนิดที่มีหางและหางของมันก็ใช้ประโยชน์ได้แตกต่างกันไป อย่างเช่นแกะพันธุ์หนึ่งที่ใช้หางของมันทำหน้าที่เก็บหญ้าซึ่งเป็นอาหารของมันไว้เมื่อหญ้าขาดแคลนหญ้าที่ถูกสะสมไว้ที่หางก็จะเปลี่ยนเป็นไขมันเพื่อให้พลังงานแก่ร่างกายหูหนวกเต้นระบำหากใครเคยชมภาพยนตร์อินเดียคงจะเคยเห็นงูที่เต้นระบำเมื่อได้ยินเสียงปี่ จริง ๆแล้วมันไม่ได้เต้นระบำเพราะเสียงปี่หรอกค่ะงูเป็นสัตว์ที่หูหนวกจึงไม่ได้ยินเสียงปี่แต่ที่มันเต้นส่ายไปส่ายมาก็เพราะจังหวะการเคลื่อนไหวของหมองูต่างหากถ้าลองใช้ไม้แทนปี่ งูก็ยังคงเต้นระบำได้เหมือนกันสุนัขน้ำร้อนสุนัขเป็นสัตว์ที่คนนิยมเลี้ยงกันโดยทั่วไป เพราะนอกจากจะใช้เฝ้าบ้านแล้วสุนัขยังทำหน้าที่ได้หลายอย่างนานมาแล้วชาวอินเดียนแอซเทคนำสุนัขพันธุ์เม็กซิโกซึ่งตัวเล็กนิดเดียวและมีขนสั้นบางมาใช้แทนกระเป๋าน้ำร้อนเพื่อสร้างความอบอุ่นแก่เท้าเจ้าของเมื่ออากาศหนาวช้างนักกินช้างแอฟริกามีขนาดใหญ่มากหนักถึง 7 ตัน ที่ตัวใหญ่ขนาดนี้เพราะมันใช้เวลาในการกินประมาณ 18-20 ชั่วโมงต่อหนึ่งวัน โดยกินพืชผักประมาณวันละ 350 กิโลกรัมและกินน้ำ 90 ลิตรกินทางตาโดยปกติสัตว์จะกินอาหารทางปาก แต่สำหรับคางคกและกบแล้วพวกมันจะกินอาหารทางตา เมื่อกินอาหารมันจะปิดตาแน่นดันลูกตาที่แข็งให้ชนเพดานปากทำให้เพดานปากถูกกดลงมาแนบกับลิ้นแล้วดันอาหารลงสู่กระเพาะอาหารนอกจากนี้มันยังดื่มน้ำโดยการดูดซึมน้ำผ่านทางผิวหนังด้วยปลิงป้องกันตัวปลิงทะเลในมหาสมุทรแปซิฟิกมีวิธีป้องกันตัวเองที่แปลกคือเมื่อถูกทำร้ายมันจะหดตัวทันทีและจะดันอวัยวะภายในของมันออกมา แต่มันก็ยังไม่ตายอวัยวะเหล่านั้นจะเป็นอาหารของผู้ที่ทำร้ายมัน แล้วมันจะค่อย ๆ หลบหนีไป จากนั้น 2 3 สัปดาห์อวัยวะภายในของมันก็จะงอกใหม่ตาเคลื่อนที่ปลาลิ้นหมาไม่ได้มีตาเดียวอย่างที่พวกเราเห็นกัน ตอนแรกที่มันเกิดมามันจะมี 2 ตาแต่เมื่ออายุมากขึ้น ตาของมันจะย้ายตำแหน่งมารวมกันโดยเคลื่อนที่ไปรวมกับตาอีกข้างหนึ่งซึ่งอยู่บนหัว

เรื่องแปลกแต่จริง

การทรงตัวเชื่อหรือไม่ว่าหูมีผลต่อการทรงตัว อวัยวะที่ช่วยให้เราสามารถทรงตัวอยู่ได้คือเซมิเซอร์คิวลาร์ คาแนล (semicir-cular canel) ในหูซึ่งภายในมีของเหลวที่ไวต่อการกระตุ้นของเหลวนี้จะทำหน้าที่ในการรับรู้สมดุลหากเราหมุนไปรอบ ๆ ตัวเร็ว ๆ หลาย ๆ ครั้ง จะทำให้อวัยวะนี้เกิดความสับสนเราจึงรู้สึกเวียนศีรษะเสียงกรนเสียงกรนเป็นเสียงที่สร้างความรำคาญแก่ผู้ได้ยินเพราะดังพอ ๆกับเสียงของสว่านไฟฟ้าซึ่งดังถึง 70 เดซิเบลพลังปอดเชื่อหรือไม่ว่าปกติเราจะหายใจเอาอากาศเข้าไปประมาณ 6 ลิตรต่อนาทีแต่ระหว่างออกกำลังกายและหลังออกกำลังกายใหม่ ๆ เราอาจหายใจเอาอากาศเข้าไปได้มากถึง 100 ลิตรต่อนาทีหัวใจที่รักในช่วงชีวิตของมนุษย์นั้น หัวใจจะสูบฉีดโลหิตประมาณ 500 ล้านลิตรและเต้น 2,000 ล้านครั้ง ดังนั้น ใน 1 วัน หัวใจจะสูบฉีดโลหิตมากกว่า 13,500 ลิตร และเต้น 100,000 ครั้งแต่ละวันหัวใจจึงต้องทำงานหนักเพื่อให้ได้พลังงานมากพอเชื่อหรือไม่ว่าพลังงานที่ได้นี้สามารถยกรถยนต์ได้สูงถึง 15 เมตรเลยทีเดียวเรื่องของผิวหนังเชื่อหรือไม่ว่าพื้นที่เพียง 1 ตารางนิ้วบนผิวหนังของเรานั้นประกอบไปด้วยเซลล์ถึง 19 ล้านเซลล์ ขน 60 เส้นต่อมน้ำมัน 90 ต่อม ต่อมเหงื่อ 625 ต่อม เส้นเลือดยาว 19 ฟุต และเซลล์รับความรู้สึก 19,000 เซลล์เซลล์เม็ดเลือดมีผู้เชี่ยวชาญสันนิษฐานว่าถ้านำเซลล์เม็ดเลือดของเรามาต่อเป็นสายยาวจะสามารถพันรอบเส้นศูนย์สูตรได้ถึง 4 รอบเลยทีเดียวน้ำในร่างกายร่างกายของเรามีสถานะใดตามหลักวิทยาศาสตร์ หลายคนอาจจะคิดว่า มีสถานะเป็นของแข็งแต่น้อง ๆ รู้หรือไม่ว่าร่างกายของเราประกอบด้วยน้ำถึง 2 ใน 3 ด้วยเหตุนี้ตลอดชีวิตของคน 1 คนจึงต้องดื่มน้ำเป็นจำนวนมากถึง 70,000 ลิตรความสำคัญของเกลือแร่เกลือแร่เป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายเพราะช่วยทำให้กระดูกแข็งแรง หากนำเกลือแร่ออกจากกระดูกโดยนำกระดูกไปแช่ในน้ำกรดเกลือแร่จะละลายออกมาจนสามารถนำกระดูกนั้นมาผูกให้เป็นปมได้หนาวสั่นอาการหนาวสั่นเป็นอาการที่ร่างกายแสดงออกมาเพื่อรักษาอุณหภูมิของร่างกายให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมหลังจากที่ได้รับความเย็นมากเกินไปเพราะความเย็นจะทำให้กระบวนการต่าง ๆ ในร่างกายทำงานช้าลงและเป็นอันตรายได้หากอุณหภูมิลดต่ำลงมาก ๆ ดังนั้นกล้ามเนื้อจึงผลิตความร้อนด้วยการทำให้กล้ามเนื้อหดตัวไปมาอย่างรวดเร็วสูงและต่ำตอนกลางวันอุณหภูมิในร่างกายของเราอาจสูงขึ้นได้มาก ๆ หากเรารับประทานอาหารมื้อใหญ่อยู่ในที่อากาศร้อน หรือออกกำลังกายอย่างหนัก แต่ตอนกลางคืนอุณหภูมิในร่างกายของเราจะค่อย ๆลดลงจนต่ำที่สุดเมื่อเรานอนหลับเพื่อเป็นการรักษาสมดุลลูกผู้ชายการที่ผู้ชายเชื่อว่าลูกผู้ชายต้องไม่หลั่งน้ำตานั้นส่งผลกระทบให้ผู้ชายเป็นโรคเครียดได้ง่ายกว่าผู้หญิงเพราะมีโอกาสปลดปล่อยอารมณ์ที่ถูกกดดันได้น้อยรู้อย่างนี้แล้วใครที่กำลังเครียดก็ลองหาโอกาสปลดปล่อยอารมณ์บ้างก็ดีนะคะแต่ไม่ใช่เอาแต่นั่งร้องไห้อยู่ล่ะการออกกำลังกายก็สามารถช่วยคลายเครียดได้เช่นกันตัวยารักษาโรคการฉีดยาเป็นวิธีการรักษาโรคอีกวิธีหนึ่งที่แพร่หลายทราบหรือไม่ว่าแพทย์ได้ตัวยามาจากไหนในยาฉีดนั้นมีส่วนประกอบของแบคทีเรียที่ทำให้มีฤทธิ์อ่อนลงซึ่งได้มาจากเชื้อโรคของผู้ป่วยรายอื่นที่ป่วยเป็นโรคเดียวกับเรานอกจากนำไปทำเป็นยาฉีดแล้วเชื้อโรคเหล่านั้นยังสามารถนำไปทำเป็นวัคซีนป้องกันโรคได้อีกด้วยโดยวัคซีนจะเข้าไปสร้างภูมิคุ้มกันโรคชนิดนั้น ๆในร่างกายหาวนอนอาการง่วงเหงาหาวนอนเกิดจากการที่เรารู้สึกเหนื่อยหรืออ่อนเพลียระบบทางเดินหายใจของเราจึงทำงานช้าลงเป็นผลให้กล้ามเนื้อคอหอยปิดโดยอัตโนมัติทำให้ร่างกายต้องการอากาศเพิ่มขึ้นเราจึงต้องหาวเพื่อเอาอากาศเข้าไปใช้ในกระบวนการหายใจใบหน้าวันหนึ่ง ๆเราอาจมีอารมณ์และความรู้สึกเหล่านั้นถูกถ่ายทอดออกมาบ่อยครั้งทางใบหน้าเชื่อหรือไม่ว่ากล้ามเนื้อทั้งที่เป็นวงกลมและเป็นเส้นบนใบหน้าสามารถแสดงอารมณ์ที่หลากหลายได้มากกว่า 1,000 รูปแบบนอนหลับขณะนอนหลับเราสามารถเรียนรู้ได้หรือไม่ในสมัยก่อนนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่ามนุษย์ไม่สามารถเรียนรู้ในขณะนอนหลับได้แต่จากการทดลองอย่างละเอียดของนักวิทยาศาสตร์รุ่นหลังพบว่ามนุษย์จะไม่สามารถเรียนรู้ได้ในขณะที่นอนหลับสนิทแต่จะสามารถเรียนรู้ได้ในขณะที่อยู่ในช่วงสะลึมสะลือล้มตัวลงนอนเชื่อหรือไม่ว่าในบรรดาสิ่งมีชีวิต มีสัตว์เพียง 2-3 ชนิดเท่านั้น ที่นอนหลับโดยเอนหลังแนบกับพื้นและสัตว์ชนิดหนึ่งที่สามารถทำเช่นนี้ได้ก็คือมนุษย์

เรื่องแปลกแต่จริง

กระบวนการคิดนักวิทยาศาสตร์พิสูจน์แล้วว่า อิริยาบถต่าง ๆมีผลต่อการคิดและการตัดสินใจของมนุษย์ การนอนคิดจะทำให้ความคิดกว้างไกลการยืนทำให้ความคิดแคบลงสามารถตัดสินใจได้เร็วขึ้นส่วนการนั่งเป็นอิริยาบถที่เหมาะกับการตัดสินใจที่ไม่รีบร้อนเท่าใดนักผมงอกโดยปกติ ใน 1 สัปดาห์ผมจะงอกออกมา 2 มิลลิเมตรใน 1 วัน จะมีช่วงที่ผมงอกได้ดี 2 ช่วง คือ ระหว่างเวลา 10.00 11.00 น.และ 16.00 18.00 น. แต่ไม่ต้องเอากระจกไปส่องดูการงอกของเส้นผมหรอกนะเพราะมันแทบจะมองไม่เห็นเลยเส้นขนแข็งแรงโดยเฉลี่ยแล้วคนเราจะมีเส้นขนประมาณ 5 ล้านเส้นทั่วร่างกาย ยกเว้นบริเวณริมฝีปากฝ่ามือและฝ่าเท้า เส้นขนที่แข็งแรงที่สุดคือหนวด เชื่อหรือไม่ว่าหนวดแข็งแรงพอ ๆกับลวดทองแดงที่มีขนาดเท่ากันเลยทีเดียวตาแหลมคมตาของเหยี่ยวสามารถมองเห็นแมลงวันที่อยู่ในระยะครึ่งไมล์ได้ส่วนเสือดาวก็สามารถมองเห็นคนกระพริบตาที่ระยะห่าง 100 หลาได้ตาของคนก็มีความพิเศษเช่นเดียวกัน เพราะสามารถแยกแยะความแตกต่างของสีได้มากถึง 17,000 สีตาที่สามเชื่อหรือไม่ว่ามนุษย์มีสามตาตาที่สามนี้ก็คือต่อมไพเนียลซึ่งอยู่ด้านหลังของกะโหลกศีรษะภายในต่อมมีสารเคมีที่มีชื่อว่าเซโรโตนินอยู่เป็นจำนวนมาก เชื่อกันว่าสารชนิดนี้ช่วยส่งผลให้มนุษย์มีการคิดอย่างสมเหตุสมผลนักวิทยาศาสตร์จึงเปรียบต่อมนี้ว่าเป็นตาที่สามของมนุษย์ฮัดเช้ย!เมื่อมีสิ่งแปลกปลอมเข้ามาทำให้จมูกของเราเกิดการระคายเคืองเราจะจามออกมาโดยอัตโนมัติ ทุกครั้งที่เราจามจะมีน้ำลายฟุ้งกระจายออกมาถึง 100,000 หยด ด้วยอัตราเร็ว 152 ฟุตต่อวินาทีริมฝีปากเคยสงสัยกันหรือไม่คะว่าทำไมริมฝีปากของเราจึงมีสีแดงมากกว่าส่วนอื่น ๆ ของร่างกายที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะผิวหนังบริเวณริมฝีปากบางกว่าส่วนอื่น ๆ นั่นเองจึงทำให้สามารถมองเห็นสีของเลือดใต้ผิวหนังได้ยิ้มแย้มร่างกายของเราประกอบด้วยกล้ามเนื้อประมาณ 650 มัดหากเราหน้าบึ้งจะต้องใช้กล้ามเนื้อประมาณ 400 มัด ในขณะที่การยิ้มใช้กล้ามเนื้อ 15 มัด เท่านั้น และพลังงานที่ใช้ก็น้อยกว่าการขมวดคิ้ว 1 ครั้งเสียอีกเชื่อกันว่าการขมวดคิ้ว 200,000 ครั้ง ทำให้เกิดรอย กา 1 รอยฟันปลาเชื่อกันว่าเมื่อประมาณ 1 ล้านปีที่แล้วฟันของมนุษย์มีลักษณะคล้ายกับฟันปลาเพราะมีการค้นพบฟันลักษณะเดียวกันกับของมนุษย์อยู่ในกรามของปลาฉลามยุคก่อนประวัติศาสตร์ดังนั้น ฟันของมนุษย์และปลาฉลามจึงมีโครงสร้างพื้นฐานเหมือนกันแต่ฟันของมนุษย์ได้พัฒนาจนมีรูปร่างเหมือนในปัจจุบัน

เรื่องแปลกแต่จริง

สารพัดสารเชื่อหรือไม่ว่าในร่างกายของเรามีสารอยู่มากมาย เช่นมีฟอสฟอรัสในปริมาณที่มากพอจะทำหัวไม้ขีดไฟ 2,000 ก้าน มีไขมันพอที่จะทำสบู่ได้ 7 ก้อน มีเหล็กมากพอที่จะทำตะปูได้ 1 ตัวมีปูนขาวที่สามารถละลายน้ำแล้วนำไปทาห้องเล็ก ๆ ได้ 1 ห้อง มีซัลเฟอร์ 1 ช้อนชาและโลหะอีกประมาณ 30 กรัมนอนแล้วสูงการนอนช่วยให้เราสูงขึ้นได้เพราะเมื่อเรายืนหรือนั่ง แผ่นกระดูกอ่อนที่กระดูกสันหลังจะถูกแรงดึงดูดของโลกกดลงการนอนช่วยให้แรงกดนี้หายไป แผ่นกระดูกอ่อนที่ถูกกดก็จะพองตัวทำให้เราสูงขึ้นได้อีก 8 มิลลิเมตรแต่เมื่อตื่นมาเราก็จะสูงเท่าเดิมพลังกายร่างกายของคนเราแข็งแกร่งมากกว่าที่เราคิดเสียอีกโดยเฉพาะอย่างยิ่งความสามารถในการยกน้ำหนัก เช่น ถ้าเรานอนหลับโดยห่มผ้าหนัก 2.5 กิโลกรัม หายใจโดยเฉลี่ย 16 ครั้งต่อนาที และนอนนานประมาณ 8 ชั่วโมงทรวงอกของเราสามารถยกน้ำหนักได้ถึง 20 ตันฉันทำไม่ได้สิ่งที่ร่างกายของคนเราไม่สามารถทำได้ คือหายใจและกลืนอาหารไปพร้อม ๆ กันเพราะกระบวนการกลืนจะไปรบกวนกระบวนการหายใจด้วยการปิดกั้นอากาศไม่ให้ผ่านเข้าไปขณะที่อาหารเคลื่อนจากปากไปยังคอหอยและผ่านไปที่กระเพาะอาหารมนุษย์พลังงานเชื่อหรือไม่ว่าร่างกายของคนผลิตกระแสไฟฟ้าได้คนแต่ละคนจะมีพลังงานเทียบเท่ากับการเปิดหลอดไฟฟ้าขนาด 120 วัตต์เพราะคนที่กินอาหารเข้าไปปริมาณ 2,500 แคลอรีในแต่ละวันจะให้พลังงานความร้อน 104 แคลอรีต่อชั่วโมง ซึ่งเทียบเท่ากระแสไฟฟ้าที่มีพลังงาน 120 วัตต์กระพริบตาตลอดชีวิตของคนเรานั้นเราต้องกระพริบตาถึง 250 ล้านครั้งทีเดียว เพราะเราจะต้องกระพริบตาทุก ๆ 6 วินาทีทำให้กล้ามเนื้อตาเคลื่อนไหวประมาณ 10,000 ครั้งต่อวันถ้าเปรียบกับการทำงานของกล้ามเนื้อขาแล้ว จะเท่ากับวิ่งระยะทาง 80 กิโลเมตรต่อวันสมองบริโภคเชื่อหรือไม่ว่าตอนแรกเกิดสมองของเราหนักประมาณ 3% ของน้ำหนักตัวเท่านั้น แต่เมื่ออายุได้ประมาณ 15 ปี สมองจะหนักถึง 1.4 กิโลกรัมและจะมีขนาดคงที่ สมองเติบโตได้เพราะใช้พลังงานจากอากาศที่เราหายใจเข้าไป 20% และใช้เลือดหล่อเลี้ยงถึง 15% ของเลือดทั้งหมดในร่างกาย

เรื่องแปลกแต่จริง

น้ำหนักวิญญาณเชื่อหรือไม่คะว่าวิญญาณของพวกเราก็มีน้ำหนักด้วยเหมือนกันนักวิทยาศาสตร์ทดลองชั่งน้ำหนักของวิญญาณโดยชั่งน้ำหนักของคนในขณะที่มีชีวิตอยู่เปรียบเทียบกับน้ำหนักหลังจากเสียชีวิตทันทีพบว่าน้ำหนักหายไป 21 กรัม จึงสรุปว่าดวงวิญญาณของพวกเรามีน้ำหนัก 21 กรัมด้วยสารฆ่าความเจ็บปวดเคยสังเกตไหมว่าทำไมบางครั้งนักกีฬาที่ได้รับบาดเจ็บในระหว่างการแข่งขันยังสามารถลงแข่งขันได้จนจบหรือทหารที่ได้รับบาดเจ็บในสนามรบยังคงทนต่อสู้ข้าศึกอยู่ได้พวกเขาไม่เจ็บกันหรือนักวิทยาศาสตร์พิสูจน์แล้วค่ะว่าเมื่อมนุษย์เผชิญสถานการณ์ที่ตึงเครียดสมองจะปล่อยสารออกมายับยั้งความรู้สึกเจ็บปวดเอาไว้ทำให้มนุษย์ต่อสู้กับความเจ็บปวดได้ไม่มีน้ำตารู้หรือปล่าวว่าตอนที่เราอายุ 4-5 เดือน เราร้องไห้ไม่มีน้ำตากันหรอกค่ะแม้จะร้องเสียงดังแค่ไหนก็ตามที่เป็นเช่นนี้เพราะต่อมน้ำตาของคนเราจะพัฒนาขึ้นหลังจากเกิดมาแล้ว 4 -5 เดือนตอนนี้พวกเราคงจะร้องไห้มีน้ำตากันทุกคนแล้วนะค่ะหิวเพราะกลิ่นพอกลิ่นหอมของอาหารลอยมาพวกเราคงเคยรู้สึกหิวตามกลิ่นนั้นไปด้วยใช่ไหมล่ะก็กลิ่นอาหารเข้าไปกระตุ้นระบบการย่อยอาหารของเราน่ะสิคะทำให้น้ำย่อยในปากและท้องทำงานเราจึงรู้สึกหิวทั้งๆที่บางครั้งเราไม่ต้องการกินอีกแล้วกระเพาะแข็งแกร่งในกระเพาะอาหารของเรามีน้ำย่อยที่มีฤทธิ์เป็นกรดสูงมาก จนสามารถละลายสังกะสีได้แต่กรดเหล่านี้ไม่สามารถละลายผนังกระเพาะของเราได้เนื่องจากทุกนาทีเซลล์ผนังกระเพาะเก่า 5000 เซลล์จะถูกเซลล์ใหม่แทนที่และเปลี่ยนเป็นเซลล์ใหม่ทั้งหมดทุกๆ 3 วันท้องร้องจ๊อกๆเราเคยได้ยินเสียงท้องร้องเมื่อรู้สึกหิวบ้างไหมสาเหตุที่ท้องร้องก็เพราะสมองซึ่งเป็นส่วนที่ควบคุมความรู้สึกหิวของเราจะคอยจัดลำดับการทำงานของกระเพาะอาหารและลำไส้ ถ้าในเลือดมีสารอาหารพอเพียงสมองก็จะสั่งให้ระบบย่อยอาหารทำงานช้าลงแต่เมื่อใดที่มีสารอาหารในเลือดน้อยระบบย่อยอาหารจะทำงานเร็วขึ้นเราจึงได้ยินเสียงท้องร้องตกใจจนหน้าซีดเมื่อเราตกใจหน้าจะซีดเนื่องจากเลือดบริเวณแก้มจะไหลย้อนกลับอย่างรวดเร็วเพื่อทำหน้าที่ฉุกเฉินคือให้สารอาหารและออกซิเจนแก่กล้ามเนื้อส่วนอื่นเนื่องจากร่างกายไม่ได้เตรียมพร้อมอยู่ตลอดเวลาว่าจะต้องเผชิญความตกใจเมื่อเลือดจากแก้มไหลออกไป หน้าเราจึงซีดเขินอายเมื่อเรารู้สึกเชินอายหน้าเราก็จะแดง โดยเฉพาะบริเวณแก้มและลำคอเพราะขณะที่เราเขินอาย เซลล์ประสาทจะถูกกระตุ้นให้ปล่อยสารเคมีที่พลังงานสูงชื่อว่าเปปไตด์ (peptide) ออกมา ทำให้เส้นเลือดที่แก้มและลำคอขยายตัวหน้าของเราจึงแดงมากกว่าปกติมาจากดวงดาวร่างกายของเราประกอบด้วยอะตอมจำนวนมาก อะตอมเหล่านี้มาจากไหนนักวิทยาศาสตร์บางกลุ่มเชื่อว่าอะตอมเกิดมาจากดวงดาวที่ดับแล้วเมื่อ 5000 ล้านปีก่อนที่จะมีพระอาทิตย์เกิดขึ้นและดวงดวงนี้เคยมีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ก่อนเมื่อโลกเกิดขึ้นเซลล์ของสิ่งมีชีวิตนี้ก็ได้พัฒนาเรื่อยมาจนกลายเป็นคน

ทายนิสัยจากความกลัว

คุณกลัวอะไรมากที่สุดเรียงตามลำดับความกลัว 1. ความตาย2. ผี3. การอยู่คนเดียว4. การจากลา5. สัตว์น่าขยะแขยง
ดูเฉลยด้านล่าง
เฉลยความตาย หมายถึง ความเป็นจริงถ้ามันเป็นสิ่งที่คุณกลัวอันดับ1. คุณเป็นคนขี้ระแวง แต่คุณจะเป็นคนมีความรับผิดชอบ2. คุณเป็นคนค่อนข้างรับความเป็นจริง และค่อนข้างกล้าหาญ3. คุณเป็นคนไม่หูเบาฟังหูไว้หู มีความเคารพดีเป็นเลิศ4. คุณเป็นคนค่อนข้างจะอ่อนโยน แต่รับความจริงไม่ค่อยจะได้5. คุณกล้าหาญเกินตัว มีน้ำใจ และมีความเป็นผู้ใหญ่สูงผีถ้ามันเป็นสิ่งที่คุณกลัวอันดับ1. คุณเป็นคนที่อ่อนไหว แต่มีความจริงใจ2. คุณเป็นคนที่ไม่ละเลยกับวัฒนะธรรมเก่าๆแต่คุณก็เป็นคนยุคใหม่ไฟแรง (มนุษย์เกาเหลา)3. ความเป็นคนที่อยู่ในกรอบคือตัวคุณ!4. คุณเป็นคนที่ไว้ใจได้ (ซื่อสัตย์)5 คุณเป็นคนไม่มีเหตุผล ขี้โมโห แต่จุดดีคือคุณว่องไว ฉลาดการอยู่คนเดียวถ้ามันเป็นวิ่งที่คุณกลัวอันดับ1. คุณเป็นคนใจดี ใจอ่อน2. คุณเป็นคนที่แคร์คนรอบข้าง3. คุณเป็นคนที่มีความพยายาม4. คุณเป็นคนมีเหตุผล5. คุณเป็นคนเคร่งครัดในธรรมเนียมจึงเชื่อได้ว่าคุณไม่(น่า) จะ___กฎและชอบความยุติธรรมการจากลาถ้าคุณกลัวมันเป็นอันดับ1. คุณเป็นคนที่รักมันคงไม่โลเล2. คุณเกลียดการโกรธกันแบบไม่มีเหตุผลแบบเห็นหน้าไอ้นี่แล้วมันไม่ถูกชะตา เตะมันดีกว่าถ้าคุณรู้สึกคุณจะเก็บมันไว้ได้ดี3. คุณเลือกคบคนแต่คุณก็เลือกคบคนที่ใจใช่หน้าตา4.คุณเป็นคนที่ไม่ค่อยจะสุงสิงกับใครเพราะคุณ(ท่าทาง)งานเยอะสรุปง่ายๆคุณเป็นคนจริงจัง5. คุณชอบที่จะทำอะไรเเบบเงียบๆเพราะคุไม่ชอบอะไรเอะอะสัตว์น่าขยะแขยงถ้าคุณกลัวมันเป็นอันดับ: 1. คุณแสนจะสำอางไม่ชอบสิ่งสกปรก2. คุณไม่ชอบที่จะทำอะไรให้ยุ่งยาก3. คุณไม่รักที่จะเจฮคนไม่พึงประสงค์เพราะคุณเป็นคนที่เก็บความผิดพลาด (ของตัวเองและคนอื่น) มาเป็นบทเรียน4. คุณกล้าหาญมากๆ5. คุณไม่เป็นคนที่รักง่ายหน่ายเร็วแต่คุณไม่คิดว่าถ้าเอที่คุณชอบจริงรับรองคุณจะไม่ลืมเขาเลย

4บ่อเกิดอารมณ์หึง

ทุกคนย่อมมีอารมณ์หึงหวงจี๊ดขึ้นมาเป็นธรรมดาถ้าเห็นหนุ่มคู่ใจไปทำก้อร่อก้อติกกับสาวอื่นในงานปาร์ตี้ แต่สำหรับคนที่มีนิสัยขี้หึงนั้นมักเกิดจากปมในอดีต เช่น พ่อหรือแม่มีชู้ หรือกลับบ้านมาเจอคนรักกำลังนัวเนียกับเพื่อนบ้านอยู่บนเตียง แน่นอนว่าประสบการณ์แย่ๆแบบนี้ย่อมกลายเป็นปมที่จำฝังใจ นอกจากจะสร้างทัศนคติเชิงถากถางเกี่ยวกับความสัมพันธ์แล้ว ยังทำให้เราใช้ปมพวกนี้มาตัดสิน เช่น ถ้ามีแฟนเป็นผู้ชายเจ้าชู้จีบสาวดะไม่เลือกหน้า เราก็จะคิดเหมาเลยว่า ผู้ชายทุกคนจะนอนกับผู้หญิงไปทั่วถ้ามีโอกาสแม้เพียงนิดเดียว สำหรับผู้ชายบางคนอาจเป็นเช่นนั้นจริง แต่ผู้ชายดีๆที่ไม่มั่วซั่วก็ยังพอมีเหลืออยู่โลกใบนี้
คน ซึ่งอาการแบบนี้ต้องปรับปรุงความเชื่อมั่นในตัวเองโดยด่วน เพราะถ้าอยากมีความสุขกับคนรักปัจจุบันก็ต้องพยายามคิดให้ได้ว่า เขาจะไปต้องการคนอื่นทำไมในเมื่อมีฉันอยู่แล้วทั้งคน อัตตาเต็มเปี่ยมแบบนี้คือปราการป้องกันอาการขี้หึงได้ชะงัดนัก
ทุกคนย่อมมีอารมณ์หึงหวงบ้างเป็นครั้งคราว แต่คนที่ไม่ไว้ใจผู้อื่นแบบสุดๆ จะมีอาการหึงหวงกับทุกคนที่ตัวเองออกเดทหรือมีความสัมพันธ์ด้วย และสาเหตุที่หึงจนหน้ามืดขนาดนั้นก็เพราะ
ความไม่มั่นคง ความหึงหวงและความไม่ไว้ใจมักมีบ่อเกิดมาจากความไม่มั่นคง เรื่องนี้เป็นเหตุเป็นผลกัน คนที่อยู่ในอารมณ์หึงหวงและไม่มั่นคงจะแสดงออกได้ 2 ทางคือ เกิดอาการจิตตกคิดเอาเองเป็นตุเป็นตะว่า คนรักของตัวเองกำลังจะหอบผ้าหนีไปกับภารโรงที่ออฟฟิศวัย 80 หรือไม่ก็ทำตัวแย่ๆเหมือนอันธพาลคอยหาเรื่อง ถ้ารู้สึกว่าตัวเองอาการไม่ดี ภายในใจมันปั่นป่วนเหลือเกิน วิธีที่ดีที่สุดคือทำให้ตัวเองรู้สึกดีขึ้นด้วยการพยายามควบคุมทุกอย่างและทุกคนที่อยู่รอบตัว ลองเล่นบทใจแข็งด้วยการปล่อยวางทุกครั้งที่รู้สึกหึงหวงหวานใจ วิธีนี้จะทำให้เข้มแข็งขึ้น ยิ่งไปกว่านั้นถ้าทำใจแข็งเมินเฉยไม่สนใจใยดีนานเท่าไร อีกฝ่ายจะกลายเป็นคนที่รู้สึกไม่มั่นคงขึ้นมาบ้าง ไปๆมาๆก็จะไม่กล้าทิ้งเราไปไหนเลย
วัยเด็ก ผู้เชี่ยวชาญบอกว่าลูกคนกลางมักเป็นคนขี้อิจฉา อาจเป็นเพราะลูกคนกลางมักรู้สึกว่าถูกทอดทิ้งและมองข้าม นอกจากนั้นถ้าในอดีตพ่อหรือแม่มีชู้ ก็อาจเป็นปมให้เรานึกสงสัยคนรักของตัวเองเช่นกัน เราอาจใช้ความสัมพันธ์ของพ่อแม่ที่เราเคยเห็นมาตัดสินความสัมพันธ์ของตัวเองด้วย
อดีต ถ้าเราเป็นฝ่ายถูกทิ้งมาก่อนหน้านี้ หรือถูกนอกใจเป็นประจำ ก็คงเป็นเหตุผลสมควรที่จะไม่ไว้ใจคนรัก เราเรียนรู้จากประสบการณ์ว่าคนบางคนไม่ควรค่าที่จะมอบความไว้วางใจให้ หรือไม่งั้นเราก็มองคนไม่เก่งนัก ถ้าครั้งสุดท้ายที่คนรักออกไปซิ่งนอกบ้าน แล้วแอบไปสะบึมกับคนอื่น จึงมีสิทธิ์ที่เราจะโมเมได้ทันทีว่า คนรักที่อยู่ด้วยกันในปัจจุบันก็น่าจะทำแบบนั้นเช่นกัน ถึงแม้มันอาจฟังดูงี่เง่าก็เถอะ ก็คนมันมีปมในใจนี่นะ
ประวัติความซื่อสัตย์ของตัวเอง ถ้าเกิดรู้สึกว่ามันช่างยากเย็นเข็ญใจเหลือเกินที่จะซื่อสัตย์กับคนเพียงคนเดียว ในเมื่อคิดแบบนี้เราก็อาจเหมาเอาว่าคนอื่นก็คงคิดเหมือนกัน นักจิตวิทยาบอกว่า นี่คือการมองเห็นคุณสมบัติ (แย่ๆ) ของตัวเองในตัวผู้อื่น เราไม่ไว้ใจตัวเอง (ไม่ว่าตอนนี้หรือในอดีต) ดังนั้นเราก็เลยไม่ไว้ใจคนรักไปด้วยโดยปริยาย ถ้าเรามีนิสัยนอกใจผู้อื่นเป็นอาจิณ แถมยังหนีรอดลอยนวลมาได้ตลอด ไม่ต้องสงสัยเลยว่าคนอื่นก็ต้องทำแบบนี้กับเราเหมือนกัน...กงกรรมกงเกวียนไงคะ

ภาพถ่ายติดวิญญาณชัดที่สุดในโลก

ภาพถ่ายติดวิญญาณที่ชัดเจนที่สุดในโลก
บีบีซีนิวส์ของอังกฤษแพร่ภาพถ่ายติดวิญญาณที่ชัดเจนที่สุดในโลก จากการโหวตของประชาชนที่มีคนส่งภาพมาให้ช่วยตรวจสอบกว่า 250 ภาพจากทั่วทุกมุมโลก ปรากฏว่าเป็นภาพน่าขนหัวลุกของคนที่สวมเครื่องแต่งกายโบราณยืนมองลอด หน้าต่างของปราสาทในสกอตแลนด์ มีคนตั้งข้อสงสัยว่าอาจเป็นกษัตริย์เจมส์ที่ 5 แห่ง สกอตแลนด์ก็เป็นได้ ผู้เชี่ยวชาญยืนยัน ไม่มีการแต่งภาพแน่นอนบีบีซีนิวส์รายงานจากกรุงลอนดอนประเทศอังกฤษเมื่อวันที่ 28 มี.ค. ว่า ศาสตรา จารย์ ริชาร์ด ไวส์แมน นักจิตวิทยาผู้ศึกษาในเรื่องปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติมาแล้วหลายแขนง จึงได้แนวคิดในอันที่จะตรวจสอบเรื่องภาพถ่ายติดวิญญาณเมื่อช่วงกว่าหนึ่ง เดือนที่ผ่านมา ดังนั้นจึงร้องขอให้บุคคลทั่วไปช่วยส่งภาพถ่ายที่เชื่อว่าสามารถถ่ายติด วิญญาณได้มาให้นัก วิเคราะห์และผู้เชี่ยวชาญช่วยตรวจสอบว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่ ซึ่งก็ปรากฏว่าได้รับภาพถ่ายจาก ทั่วทุกมุมโลกกว่า 250 ภาพ ที่เชื่อว่าถ่ายติดวิญญาณ จากนั้นจึงให้ประชาชนทั่วไปช่วยกัน โหวตว่า ภาพใดสมควรจะเป็นภาพถ่ายติดวิญญาณ ที่ชัดเจนที่สุดในโลกปรากฏว่าภาพที่ได้รับการโหวตมากที่สุดนั้น เป็นภาพที่ถ่ายไว้เมื่อเดือน พ.ค. ปีที่แล้ว เป็นภาพของบุคคลหนึ่งซึ่งไม่สามารถยืนยันได้แน่ชัดว่าเป็นชายหรือหญิง สวมผ้าที่พับเป็นแผงใช้สวมรอบคอในศตวรรษที่ 16-17 มองลอดผ่าน กรงเหล็กกั้นหน้าต่าง อยู่ที่ปราสาทแทนทาล ลอน ในนอร์ธ เบอร์วิค เมืองอีสต์ โลเธียนของสกอตแลนด์ ผู้ที่ถ่ายภาพนี้ไว้เป็นนักท่องเที่ยวชื่อนายคริสโตเฟอร์ อิทชิสัน กล่าวว่า ไม่ทราบมาก่อนว่ามีอะไรมาปรากฏในภาพถ่ายของตน ตนเพิ่งมาพบข้อผิดสังเกตเมื่อกลับมาถึงบ้าน ตนยืนยันว่าไม่เคยเห็นหญิงสูงวัยสวมชุดแต่งกายโบราณเดินรอบบันไดขณะที่ถ่ายภาพดังกล่าวก็ไม่มีใครยืนอยู่แถวนั้นอย่างแน่นอน ไม่มีการใช้หุ่นสวมเครื่องแต่งกายโบราณในปราสาท และไม่มีมัคคุเทศก์ในพื้นที่ที่สวมเครื่องแต่งกายโบราณ ตนได้ให้ผู้เชี่ยวชาญด้านการถ่ายภาพมาตรวจสอบภาพนี้แล้ว ยืนยันว่า ไม่มีการตกแต่งภาพแต่อย่างใด “บางคน อาจคิดว่าอาจเป็นแสงที่ตกมากระทบกับก้อนหินจึงเกิดเป็นภาพนี้ขึ้นมา แต่มีอยู่คนหนึ่งที่บอกว่า ภาพนี้อาจเป็นกษัตริย์เจมส์ที่ 5 แห่ง สกอต แลนด์” นายอิทชิสันกล่าวในที่สุดด้านศาสตราจารย์ริชาร์ด ไวส์แมน กล่าวด้วยว่า ตนเองในฐานะผู้ที่ศึกษาเรื่องความลี้ลับของวิญญาณนั้น บอกได้เลยว่า ใบหน้าต่าง ๆ ที่ในชีวิตคนเราต้องเห็นนั้น ได้โปรแกรมสมองของคนเราให้จดจำเอาไว้ เมื่อได้เห็นภาพใบหน้าเหล่านั้นอีกครั้ง แม้ว่าจะไม่มีจริงก็ตาม ตนเชื่อว่าอาจมีคนอื่นอีกที่ได้เห็นใบหน้าที่แปลก ๆ เช่นนี้ และบางทีอาจมีชัดเจนกว่านี้อีกโครงการประกวดภาพถ่ายติดวิญญาณที่ชัดเจนที่สุดในโลกนี้เป็นส่วนหนึ่งของ เทศกาล วิทยาศาสตร์นานาชาติเอดินบะระ ซึ่งจะมีการหยิบยกขึ้นมาหารือหรือแสดงความคิดเห็นสักหนึ่งวันในงานเทศกาลนี้ โดยตั้งชื่อว่า “สิ่งลี้ลับ” แล้วก็จะมีการนำหลักฐานที่มีมาวิเคราะห์และตรวจสอบว่า ผีมีจริงหรือไม่ ขณะที่ ดร.แคโรไลน์ วัตต์ ผู้ร่วมจัดงานจากมหาวิทยาลัยเอดินบะระ กล่าวเสริมว่า แม้มีหลักฐานภาพถ่ายที่สาธารณชนส่งเข้ามามากมายเกี่ยวกับสิ่งลี้ลับ แต่ภาพเหล่านี้ก็ยังไม่ปรากฏหลักฐานของวิญญาณ และถ้าวิญญาณมีอยู่จริงก็คงจะอายกล้อง ไม่กล้าออกมาให้เห็น.

ภาพถ่ายติดวิญญาณชัดที่สุดในโลก

ภาพถ่ายติดวิญญาณที่ชัดเจนที่สุดในโลก
บีบีซีนิวส์ของอังกฤษแพร่ภาพถ่ายติดวิญญาณที่ชัดเจนที่สุดในโลก จากการโหวตของประชาชนที่มีคนส่งภาพมาให้ช่วยตรวจสอบกว่า 250 ภาพจากทั่วทุกมุมโลก ปรากฏว่าเป็นภาพน่าขนหัวลุกของคนที่สวมเครื่องแต่งกายโบราณยืนมองลอด หน้าต่างของปราสาทในสกอตแลนด์ มีคนตั้งข้อสงสัยว่าอาจเป็นกษัตริย์เจมส์ที่ 5 แห่ง สกอตแลนด์ก็เป็นได้ ผู้เชี่ยวชาญยืนยัน ไม่มีการแต่งภาพแน่นอนบีบีซีนิวส์รายงานจากกรุงลอนดอนประเทศอังกฤษเมื่อวันที่ 28 มี.ค. ว่า ศาสตรา จารย์ ริชาร์ด ไวส์แมน นักจิตวิทยาผู้ศึกษาในเรื่องปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติมาแล้วหลายแขนง จึงได้แนวคิดในอันที่จะตรวจสอบเรื่องภาพถ่ายติดวิญญาณเมื่อช่วงกว่าหนึ่ง เดือนที่ผ่านมา ดังนั้นจึงร้องขอให้บุคคลทั่วไปช่วยส่งภาพถ่ายที่เชื่อว่าสามารถถ่ายติด วิญญาณได้มาให้นัก วิเคราะห์และผู้เชี่ยวชาญช่วยตรวจสอบว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่ ซึ่งก็ปรากฏว่าได้รับภาพถ่ายจาก ทั่วทุกมุมโลกกว่า 250 ภาพ ที่เชื่อว่าถ่ายติดวิญญาณ จากนั้นจึงให้ประชาชนทั่วไปช่วยกัน โหวตว่า ภาพใดสมควรจะเป็นภาพถ่ายติดวิญญาณ ที่ชัดเจนที่สุดในโลกปรากฏว่าภาพที่ได้รับการโหวตมากที่สุดนั้น เป็นภาพที่ถ่ายไว้เมื่อเดือน พ.ค. ปีที่แล้ว เป็นภาพของบุคคลหนึ่งซึ่งไม่สามารถยืนยันได้แน่ชัดว่าเป็นชายหรือหญิง สวมผ้าที่พับเป็นแผงใช้สวมรอบคอในศตวรรษที่ 16-17 มองลอดผ่าน กรงเหล็กกั้นหน้าต่าง อยู่ที่ปราสาทแทนทาล ลอน ในนอร์ธ เบอร์วิค เมืองอีสต์ โลเธียนของสกอตแลนด์ ผู้ที่ถ่ายภาพนี้ไว้เป็นนักท่องเที่ยวชื่อนายคริสโตเฟอร์ อิทชิสัน กล่าวว่า ไม่ทราบมาก่อนว่ามีอะไรมาปรากฏในภาพถ่ายของตน ตนเพิ่งมาพบข้อผิดสังเกตเมื่อกลับมาถึงบ้าน ตนยืนยันว่าไม่เคยเห็นหญิงสูงวัยสวมชุดแต่งกายโบราณเดินรอบบันไดขณะที่ถ่ายภาพดังกล่าวก็ไม่มีใครยืนอยู่แถวนั้นอย่างแน่นอน ไม่มีการใช้หุ่นสวมเครื่องแต่งกายโบราณในปราสาท และไม่มีมัคคุเทศก์ในพื้นที่ที่สวมเครื่องแต่งกายโบราณ ตนได้ให้ผู้เชี่ยวชาญด้านการถ่ายภาพมาตรวจสอบภาพนี้แล้ว ยืนยันว่า ไม่มีการตกแต่งภาพแต่อย่างใด “บางคน อาจคิดว่าอาจเป็นแสงที่ตกมากระทบกับก้อนหินจึงเกิดเป็นภาพนี้ขึ้นมา แต่มีอยู่คนหนึ่งที่บอกว่า ภาพนี้อาจเป็นกษัตริย์เจมส์ที่ 5 แห่ง สกอต แลนด์” นายอิทชิสันกล่าวในที่สุดด้านศาสตราจารย์ริชาร์ด ไวส์แมน กล่าวด้วยว่า ตนเองในฐานะผู้ที่ศึกษาเรื่องความลี้ลับของวิญญาณนั้น บอกได้เลยว่า ใบหน้าต่าง ๆ ที่ในชีวิตคนเราต้องเห็นนั้น ได้โปรแกรมสมองของคนเราให้จดจำเอาไว้ เมื่อได้เห็นภาพใบหน้าเหล่านั้นอีกครั้ง แม้ว่าจะไม่มีจริงก็ตาม ตนเชื่อว่าอาจมีคนอื่นอีกที่ได้เห็นใบหน้าที่แปลก ๆ เช่นนี้ และบางทีอาจมีชัดเจนกว่านี้อีกโครงการประกวดภาพถ่ายติดวิญญาณที่ชัดเจนที่สุดในโลกนี้เป็นส่วนหนึ่งของ เทศกาล วิทยาศาสตร์นานาชาติเอดินบะระ ซึ่งจะมีการหยิบยกขึ้นมาหารือหรือแสดงความคิดเห็นสักหนึ่งวันในงานเทศกาลนี้ โดยตั้งชื่อว่า “สิ่งลี้ลับ” แล้วก็จะมีการนำหลักฐานที่มีมาวิเคราะห์และตรวจสอบว่า ผีมีจริงหรือไม่ ขณะที่ ดร.แคโรไลน์ วัตต์ ผู้ร่วมจัดงานจากมหาวิทยาลัยเอดินบะระ กล่าวเสริมว่า แม้มีหลักฐานภาพถ่ายที่สาธารณชนส่งเข้ามามากมายเกี่ยวกับสิ่งลี้ลับ แต่ภาพเหล่านี้ก็ยังไม่ปรากฏหลักฐานของวิญญาณ และถ้าวิญญาณมีอยู่จริงก็คงจะอายกล้อง ไม่กล้าออกมาให้เห็น.

เลิกบุหรี่กันเถอะคับ

เลิกบุหรี่กันเถอะค่ะ บุหรี่สาเหตุการเสียชีวิตที่ป้องกันได้ทั่วโลกเสียชีวิตจากการสูบบุหรี่….. * ปีละ 5.4 ล้านคน * วันละ 14,794 คน* ชั่วโมงละ 616 คน * นาทีละ 10 คนครึ่งหนึ่งของผู้ที่ไม่เลิกสูบบุหรี่ จะเสียชีวิตจากโรคที่เกิดจากการสูบบุหรี่บุหรี่เป็นปัจจัยเสี่ยงลำดับที่ 3 ที่ทำให้คนไทยเสียชีวิต ด้วยโรค…..* มะเร็งปอด = 9,979 คน* ถุงลมปอดพอง = 10,427 คน* โรคหัวใจและหลอดเลือด = 7,907 คน* มะเร็งชนิดอื่นๆ = 3,944 คน* มะเร็งหลอดอาหาร = 2,396 คน* โรคทางเดินหายใจอื่นๆ = 2,400 คน* โรคอื่นๆ ที่เกิดจากการสูบบุหรี่ = 4,130 คน ผู้ที่เสียชีวิตจากการสูบบุหรี่โดยเฉลี่ยอายุสั้นลง 12 ปีโดยเฉลี่ยป่วยหนักเป็นเวลา 1.7 ปี ก่อนเสียชีวิตสนใจเรื่องเกี่ยวกับบุหรี่ อ่านต่อในนี้นะคะ http://www.smokefreezone.or.th/data/HealthWarning.pdf

40เรื่องรัก ไม่รู้ไม่ได้แล้ว

1.อารมณ์หึงเกิดขึ้นได้ทั้งชายและหญิง แต่อารมณ์หึงของผู้หญิงจะซับซ้อนกว่าผู้ชาย
2. ผู้ชายร้อยละ 90 ชอบผู้หญิงสวย น่ารัก แต่ผู้ชายร้อยละ 10 อยากอยู่กับผู้หญิงฉลาดและเฉลียว
3.คนที่มีแฟนขี้หึงขั้นรุนแรงมีเพียง0.000001เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่ชอบ นอกนั้นรู้สึกว่าอึดอัด ผู้ชายทั้งหลายควรจะดีใจที่มีแฟนขี้หึงซะ
4.ไม่เคยมีคู่ไหนไม่ต้องใช้ความอดทนในการรัก เพียงแต่จะเป็นการอดทนในรูปแบบไหนเท่านั้นเอง
5.คนที่มีกิ๊กนอกเหนือจากแฟนตัวจริง คือคนที่ไม่ศรัทธาในความรัก
6.อย่ากลัวการอกหัก เพราะไม่เคยมีใครตายจากโรคอกหัก มีแต่ความอ่อนแอเท่านั้นที่ทำให้ฆ่าตัว ตาย
7.ความรักมักไม่เกิดตอนที่เฝ้ารอ แต่เมื่อปล่อยตัวตามสบาย ความรักมักจะมาทำเซอร์ไพรส์ให้หัวใจ
8. ถึงจะไว้ใจเพื่อนแค่ไหน ก็อย่าให้เพื่อนกับแฟนของเราสนิทกันเกินไปเพราะหายนะอาจตามมา
9.ถ้าเรารู้สึกอายเวลาเดินเคียงข้างแฟนที่ขี้เหร่ นั่นหมายความว่าเราไม่ได้รักเค้าจริง
10.อย่าบ่นให้ใครฟังว่าแฟนไม่เคยทำตัวดีขึ้นเลย เพราะจะโดนย้อนว่า " แล้วจะโง่ทนคบอยู่ทำไม"
11.ถ้ารู้ตัวว่าเป็นคนที่ขี้หึงขั้นรุนแรง อย่าได้เลือกคบผู้ชายที่หน้าตาและมนุษยสัมพันธ์ดีเด็ดขาด
12.การที่ผู้ชายมองผู้หญิงสวย เซ็กซี่ จนเหลียวหลัง ไม่ได้หมายความว่าเข้าต้องการแฟนที่เป็นแบบ นั้น
13.ผู้ชายที่ไว้ใจได้ว่าไม่นอกใจแฟนหรือภรรยา มีเพียงแต่ผู้ชายที่อยู่ในโลงเท่านั้น ควรจำให้ขึ้นใจ
14.พยายามทำตัวให้ดีและมีคุณค่ามากกว่าผู้หญิงที่แย่งแฟนเราไป แล้วซักวันแฟนเราจะกลับมาเอง
15.อย่าคบกับผู้ชายที่เอาเรื่องแฟนเก่ามาพูดเสียๆหายๆ เพราะเราอาจจะเป็นรายต่อไป
16.ผู้ชายที่รักสัตว์ รักเสียงเพลง รักครอบครัว น่าคบมากกว่าผู้ชายที่รักตัวเองซะอีก
17.อายุที่มากขึ้นอาจทำให้ต้องลดเสปกชายในฝันลง แต่ข้อที่ไม่ควรลดเด็ดขาดคือความดีและความจริงใจ
18.ผู้ชายที่เกาะชายกระโปรงผู้หญิงกิน ดูน่ารังเกียจกว่าผู้หญิงที่ชอบปอกลอกผู้ชายหลายเท่า
19.มนุษย์ผู้ชายมีน้อยกว่ามนุษย์ผู้หญิง ผู้ชายที่ดีและเป็นโสดก็มีน้อยกว่าผู้ชายที่เลวและมีเจ้าของด้วย
20.อย่ารักผู้ชายที่ทั้งขี้เหร่ ขี้เกียจ และขี้เมา เพราะเราจะต้องรู้สึกตกนรกไปตลอดชีวิตอย่างแน่นอน

21.คู่รักที่เดินกอดจูบกันต่อหน้าชุมชน มีแต่ฝ่ายหญิงเท่านั้นที่จะถูกประณามและดูถูกอย่างรุนแรง
22.เซ็กส์ไม่สามารถผูกมัดให้คู่รักอยู่ด้วยกันไปตลอด ความผูกพันต่างหากที่จะดึงรั้งกันไว้ได้
23.อายุไม่ใช่อุปสรรคของความรัก ถ้าความคิดหัวใจตรงกัน ความมั่นคงก็เกิดขึ้นได้
24.ในชีวิตจริงของความรัก เราอาจไม่ใช่นางเอกที่แสนดี บางทีต้องมีการใช้ไหวพริบในการแย่งชิงบ้าง
25.คนสวยหรือคนหล่อสามรถอกหักได้เหมือนกัน ถ้าทำตัวไม่ดีหรือมีเวลาให้กับความรักไม่พอ
26.ถึงจะได้ยินว่ามีรักที่ไหนมีทุกที่นั่น แต่คนส่วนใหญ่ก็ยังเลือกที่จะมีความรักมากกว่าจะอยู่เป็นโสด
27.เรื่องที่แฟนไม่ยอมเล่าให้ฟังตั้งแต่แรกมักเป็นเรื่องที่เรารู้เมื่อไหร่ก็ต้องควันออกหูอยู่ดี
28.ถ้าชื่นชมในตัวแฟน100เปอร์เซ็นต์ ควรบอกเค้าแค่70เปอร์เซ็นต์
29.ถึงผู้ชายจะบอกว่าไม่ชอบผู้หญิงแต่งหน้า แต่ผู้ชายก็ไม่ชอบคนที่หน้ามันหรือซีดตลอด
30.ผู้ชายชอบติรูปร่างของแฟนหรือคนโน้นคนนี้ โดยลืมดูรูปร่างตัวเองว่าแย่ขนาดไหน

31.คนต่างชาติต่างภาษาสามารถรักกันได้ เพราะภาษาหัวใจเป็นภาษาสากลที่ไม่ต้องการคำแปล
32.ผู้ชายต้องใช้สมองและทักษะมากขึ้นในช่วงที่มีความรัก เพราะผู้หญิงมักปากไม่ตรงกับใจ
33.ผู้ชายชอบเป็นฝ่ายไล่ล่า มากกว่าจะเป็นฝ่ายถูกล่า ฉะนั้นจึงไม่แปลกที่จะพยายามหนีเมื่อถูกตามตื้อ
34.ผู้หญิงอาจไม่ได้เรียกร้องอะไรมากขึ้น แต่เป็นเพราะผู้ชายไม่สามารถทำดีได้เสมอต้นเสมอปลาย
35.รักแรกพบสามารถเกิดได้แค่ 10 เปอร์เซ็นต์ นอกนั้นเกิดจากการใกล้ชิด และการเรียนรู้กันอย่างลึกซึ้ง
36.คนที่เรารักกับคนที่รักเราอาจไม่ใช่คนเดียวกันเรื่องนี้สอนให้รู้ว่าคนเราบังคับหัวใจกันไม่ได้จริงๆ
37.ทุกคนจะเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นเมื่อได้มีความรักและเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นอีกหลังจากอกหัก
38.มือที่สามสามารถเดินเข้ามาในชีวิตเราได้ตลอดเวลา ในความไว้ใจจึงควรมีความระวังอยู่ด้วย
39.อย่ารีบมีแฟนหลังจากอกหัก เพราะเราจะแยกแยะไม่ออกว่านั่นเป็นรักหรือการฆ่าเวลา
40.คนที่รักกันไม่จำเป็นต้องเดินจับมือหรือคุยกันตลอดทางแค่รู้สึกว่ามีกันและกันก็เพียงพอ

รักกับหลงต่างกันอย่างไร

ความรัก ค่อยๆก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆ
ความหลง เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว

ความรัก อดทนต่อกันและกันเสมอ
ความหลง กระทำไปตามอารมณ์

ความรัก ทำสิ่งดีๆให้กัน
ความหลง ทำสิ่งดีๆให้ตัวเอง

ความรัก ไม่คิดถึงตัวเองฝ่ายเดียว
ความหลง คิดถึงแต่ตัวเอง เรียกร้องแต่สิ่งที่ตัวเองต้องการ

ความรัก ชื่นชมสิ่งดี ไม่ยอมรับสิ่งผิด
ความหลง หาเหตุผลเข้าข้างตัวเอง แก้ตัว

ความรัก ปกป้องกันและกัน
ความหลง ปกป้องตัวเอง ไม่แคร์ว่าใครจะเจ็บ

ความรัก ไว้ใจซึ่งกันและกัน
ความหลง หวาดระแวง จับผิด ขี้สงสัย

ความรัก ให้อภัย
ความหลง แค้นนี้ต้องชำระ

ความรัก ทนต่อทุกอย่าง
ความหลง ถอยหนียามลำบาก

ความรัก ให้โดยไม่มีการเลิกรา
ความหลง หยุดเมื่อไม่ได้รับการปรนเปรอ

ความรัก เป็นอมตะ คงทนถาวร
ความหลง ไม่มั่นคง อยู่ได้ไม่นาน

ความรัก ซื่อสัตย์ต่อกัน
ความหลง หลอกลวง เชื่อถือไม่ได้

ความรัก ไม่ฉุนเฉียวง่าย
ความหลง ด่าว่าให้เจ็บช้ำ

ความรัก ไม่อิจฉา ไม่อวดตัว ไม่หยิ่งผยอง ไม่หยาบคาย
ความหลง ไม่ให้เกียรติ ฉันต้องสำคัญที่สุด เป็นรองไม่ได้

ความรัก มีความหวังอยู่เสมอ
ความหลง คุณพลาดแล้วหมดโอกาสแก้ตัว

ความรักจะช่วยส่งเสริมคนทั้งคู่ให้เจริญก้าวหน้าขึ้นเช่น การเรียนดี ประพฤติดี
ความหลงไม่สนใจอะไร มุ่งแต่จะอยู่ด้วยกัน สุดท้ายก็ลงเอยเรื่อง sex


ความรักจะเตือนสติถ้าอีกฝ่ายทำสิ่งไม่สมควร และมีความยับยั้งชั่งใจ ไม่ชิงสุกก่อนห่าม
ความหลงไม่มีการเตือนสติกัน แต่จะมองสิ่งผิดให้เป็นสิ่งถูก เช่นแฟนกินเหล้า สูบบุหรี่ เสพยา หนีเรียนก็ไม่ว่าเพราะหลงจนไม่อยากขัดใจ

ความรักจะทำดีต่อกัน รักกันเสมอต้นเสมอปลาย
ความหลงแรก ๆ รักจนไปลืมหูลืมตา ต่อมาอีกไม่นานก็เริ่มหน่ายตีตัวออกห่างไปหาคนอื่นต่อ

ดัดฟันอันตรายถึงตาย

แม้สาเหตุการเสียชีวิตของนักเรียนหญิงชั้น ม.5 จ.ขอนแก่น จะเกี่ยวข้องกับการจัด หรือดัดฟันแฟชั่นหรือไม่ก็ตาม อย่างน้อยก็เป็นอุทาหรณ์ให้กับวัยรุ่นทั้งหลายได้ตระหนักถึงอันตรายของความสวยงาม โก้เก๋ ที่อาจต้องแลกด้วยชีวิต
ทพ.ดร.ธงชัย วชิรโรจน์ไพศาล หัวหน้าภาควิชาทันตกรรมชุมชน คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ปกติการจัดฟันจะเป็นการแก้ไขความผิดปกติของการเรียงตัวของฟัน เช่น ฟันซ้อนเก ฟันห่าง ฟันยื่น ฟันบนล่างไม่สบกัน ซึ่งจะเป็นผลดีต่อการบดเคี้ยวอาหาร สุขภาพของฟัน รวมทั้งเนื้อเยื่อรอบ ๆ ฟัน และยังช่วยปรับ ให้รูปลักษณะใบหน้า และการยิ้มดูดีขึ้น ผู้ให้การรักษาจะต้องเป็นทันตแพทย์เท่านั้น
การจัดฟันแฟชั่น ไม่ใช่การรักษาทางทันตกรรม แต่เป็นการพยายามใส่เครื่องมือที่เลียนแบบการจัดฟันแบบติดแน่นที่ทันตแพทย์ใช้ในการรักษาผู้ป่วย มีจุดประสงค์เพื่อความสวยงาม โก้เก๋ ทันสมัย ผู้ที่ให้บริการไม่ใช่ทันตแพทย์ ทำให้เกิดผลเสียต่าง ๆ ตามมา
ในปัจจุบันจัดฟันแฟชั่น อาจแบ่งได้เป็น 3 ประเภท คือ ลวดร้อยลูกปัด เป็นการใช้ลวดเส้นเล็ก ๆ ร้อยลูกปัดสีต่าง ๆ มีวางจำหน่ายในตลาดนัดและแหล่งชุมชนต่าง ๆ ราคาเส้นละ 50-120 บาท เด็กและวัยรุ่นนิยมซื้อมาใส่เอง
จัดฟันแฟชั่นแบบติดแน่น เป็นการเลียนแบบการจัดฟันของทันตแพทย์ให้เหมือนมากขึ้น โดยจะมีการติดเครื่องมือ “แบ๊กเกต” เป็นโลหะรูปสี่เหลี่ยมที่มีร่องใส่ลวดจัดฟันและมีส่วนยื่นออกมาสำหรับคล้องยาง ค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 800-1,200 บาท สามารถเลือกสีของยาง รูปร่างของยาง เช่น รูป ดอกไม้ มิกกี้เม้าส์
จัดฟันแฟชั่นแบบถอดได้ เป็นการใช้เครื่องมือคงสภาพฟัน หรือ “รีเทนเนอร์” ที่เหมือนกับทันตแพทย์ใช้ มีลักษณะเป็นแผ่น พลาสติกปิดอยู่ที่เพดาน หรือข้างลิ้น มีลวดคอยบังคับฟันให้อยู่ในตำแหน่งที่ต้องการ มีการดัดแปลง เพิ่มแบ๊กเกตให้ติดอยู่บนลวด ขั้นตอนการทำจะต้องมีการพิมพ์ฟัน ค่าใช้จ่ายประมาณ 800-1,300 บาทต่อชิ้น สามารถเลือกสี ลายของแผ่น พลาสติก และลวดได้
อันตรายของการจัดฟันแฟชั่น มีดังนี้
อันตรายจากขั้นตอนการทำ เครื่องมือที่ใช้ เช่น ถาดพิมพ์ฟันใช้แล้วไม่ได้ล้าง หรือล้างแต่ไม่ได้ฆ่าเชื้อ ทำให้มีโอกาสที่จะได้รับเชื้อโรคที่มาจากน้ำลายของผู้ใช้บริการคนก่อน ผู้ทำไม่ได้สวมถุงมือ อาจติดโรคต่าง ๆ เช่น ไวรัสตับอักเสบบี วัณโรค ไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ คอตีบ โปลิโอ
อันตรายจากวัสดุ ลวดจัดฟันแฟชั่นที่ใช้คุณ ภาพต่ำ มีสารปนเปื้อนที่เป็นโลหะหนัก เช่น ตะกั่ว พลวง ซิลิเนียม โครเมียม และสารหนู หากสะสมในร่างกายมาก ๆ จะเป็นอันตรายต่อไต ทำให้เนื้อเยื่อต่าง ๆ ของเซลล์ตาย อาจทำให้เกิดมะเร็งได้ การใช้ลวดที่เป็นสี เมื่อใส่ไว้ในปากสักระยะหนึ่ง มีการสัมผัสอาหาร ของเย็น ของร้อน แล้วสีจางลง ส่วนประกอบของสีจะเข้าสู่ร่างกาย ผ่านเข้ากระเพาะอาหาร และดูดซึมไปสะสมไว้ในร่างกาย เป็นการสะสมสารพิษไว้ในร่างกาย
อันตรายต่อฟันและเนื้อเยื่อในช่องปาก ในขั้นตอนการทำ จะมีการใช้หัวกรอ กรอเอาเคลือบฟันที่ดีออกไป รวมทั้งใช้กรดกัดฟัน ซึ่งจะทำให้เคลื่อนฟันบางลง ทำให้ความแข็งแรงของฟันลดลง ทำให้เสียวฟันได้ง่าย
การปรับแต่งลวดโดยผู้ที่ไม่มีความรู้จะทำให้เกิดแรงกดไปที่ตัวฟัน และฟันเคลื่อนไปจากเดิม ทำให้มีอาการปวดฟันมากอาจทำให้ฟันซี่นั้นกลายเป็นฟันตาย รากฟันละลาย อาจจะต้องถอนฟันซี่นั้นทิ้งไป เครื่องมืออาจหลุดลงคอ หรือ หลอดลม ทำให้เป็นอันตรายถึงชีวิต นอกจากนี้การใส่เครื่องมือจัดฟันแฟชั่นมักทำให้เกิดการบาดกระพุ้งแก้ม หรือเนื้อเยื่อในช่องปากกลาย เป็นแผล เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งเนื้อเยื่อในช่องปาก อีกทั้งเครื่องมือที่ใส่ในปาก จะขัดขวางการแปรงฟันและทำความสะอาดฟัน อาจทำให้ฟันผุ เหงือกอักเสบ บวมแดง มีกลิ่นปาก
ท้ายนี้ขอเตือนวัยรุ่นทั้งหลายว่า หากฟันไม่ได้มีปัญหาก็ไม่ควรไปจัดหรือดัดฟันแฟชั่น เพราะนอกจากจะเสียเงินโดยใช่เหตุแล้ว อาจได้รับอันตรายจากวัสดุจัดฟันที่ไม่ได้มาตรฐาน ถึงขั้นเสียชีวิตได้

ผลชันสูตรศพยัน ไมเคิล แจ็คสัน ถูกฆาตกรรม

ผลชันสูตรศพยัน ไมเคิล แจ็คสัน ถูกฆาตกรรม วันที่ 29 สิงหาคม สำนักงานชันสูตรเขตลอสแองเจลิส ระบุสาเหตุการเสียชีวิตของ ไมเคิล แจ็คสัน วัย 50 ปี ที่เสียชีวิตอย่างกระทันหันเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน ที่ผ่านมา ว่า เป็นการฆาตกรรม จากการที่เขาได้รับยาโปรโพฟอลซึ่งเป็นยาสลบที่ใช้ในห้องผ่าตัดในปริมาณที่ เป็นอันตรายถึงชีวิต และยาระงับประสาทชนิดรุนแรงที่มีชื่อว่า โลราซีแพม นอกจากนี้ ยังตรวจพบยานอนหลับ มิดาโซแลม และ ไดอาเซแพม รวมทั้งยาแก้ปวดลิโดเคน และสารกระตุ้นประสาทเอฟิดรีนในร่างกายของแจ็คสันด้วย แต่สำนักงานชันสูตรฯไม่ได้เปิดเผยรายงานผลการชันสูตรศพทั้งหมด โดยให้เหตุผลว่าคดีนี้อยู่ในระหว่างการสอบสวน การเปิดเผยผลการชันสูตรศพของแจ็คสัน ทำให้มีความเป็นไปได้มากว่า นายแพทย์ คอนราร์ด เมอร์เรย์ แพทยประจำตัวที่อยู่กับเขาเป็นคนสุดท้ายก่อนเสียชีวิต จะถูกตั้งข้อหาคดีฆาตกรรม โดยก่อนหน้านี้เขายอมรับกับตำรวจว่าได้ให้ยาโปรโพฟอลกับแจ็คสันในเช้าวันเกิดเหตุ หลังจากที่ยานอนหลับหลายขนานไม่สามารถทำให้แจ็คสันนอนหลับได้ นอกจากนี้ ยังมีแพทย์อีกอย่างน้อย 6 คน ที่กำลังถูกสอบสวนด้วย ด้านอัยการสูงสุดของรัฐแคลิฟอร์เนีย เจอรี่ บราวน์ ออกแถลงการณ์ระบุว่าจะเปิดการสอบสวน แพทย์หลายคนที่มีส่วนเกี่ยวพันกับการพิสูจน์การเสียชีวิตอย่างกระทันหันของ ไมเคิล แจ็คสัน ตามคำขอของสำนักงานตำรวจลอสแองเจลิส แต่ไม่ได้ระบุชื่อแพทย์ที่จะถูกสอบสวน

ความรัก

ความรักของเราแต่ละคน อาจเริ่มต้นจากการพบกันโดยบังเอิญ มีเพื่อนแนะนำให้รู้จักกันตอนไปงานเลี้ยง งานวันเกิดเพื่อนทำงานที่เดียวกัน หรือรู้จักมักคุ้นกันตั้งแต่ยังเด็ก ฯลฯ
ไม่ว่าเราจะพบเจอกันด้วยเหตุการณ์แบบไหน การเริ่มต้นของความรักก็มักเริ่มจากความสุขและความงดงามเสมอ มีความทรงจำและความประทับใจในกันและกันจนต้องสานสัมพันธ์ต่อ
ทำความรู้จักตั้งแต่ผิวเผินจนมาเป็นคนรักกันในที่สุด แต่ใครจะไปรู้ว่าความรักครั้งนี้จะลงเอยอย่างไร ไม่ว่าจุดเริ่มต้นจะเป็นเช่นไร สุดท้ายก็มีแต่ความเศร้าอยู่ดี
แม้เราจะพยายามทำใจให้ยอมรับกับความไม่แน่นอนบ้างแล้วส่วนหนึ่ง แต่เมื่อถึงเวลานั้นจริงๆ ก็ไม่มีใครห้ามน้ำตาไม่ให้มันไหลได้เลยสักคน
ความรักนั้นมักถูกมองว่าเป็นเรื่องใหญ่ที่สุดอย่างหนึ่งในชีวิต จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ทุกคนจะให้ความสำคัญกับมันมากเป็นพิเศษ และพยายามสืบเสาะหาใครคนนั้นที่จะมาเป็นคู่ชีวิต เพื่อที่จะมาร่วมสร้างความสุข เสียงหัวเราะ มอบรอยยิ้ม มอบสิ่งดีๆ ให้แก่กัน สร้างอนาคตที่สดใส ใช้วันคืนและแบ่งปันความสุขความทุกข์ที่มีร่วมกัน เมื่อถึงวันนั้นเราจึงต้องพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้มันอยู่กับเราไปนานๆ

แต่ความรักมันก็เหมือนเรื่องอื่นๆ ในชีวิตที่เราได้แต่ทำให้ดีที่สุดเท่านั้น รักกันให้ดีๆ ทำแต่สิ่งดีๆ พูดแต่สิ่งดีๆ มอบแต่สิ่งดีๆ ให้คนที่เรารัก แต่มันจะลงเอยอย่างไรก็เป็นเรื่องของอนาคตที่ไม่อาจกำหนดผลได้ จะสมหวังหรือผิดหวังก็เป็นเพียงสิ่งที่สามารถจะเกิดขึ้นได้ทั้งสองทาง เราคงไม่อาจไปทัดทานอะไรได้
หากเขาเป็นคนที่ใช่...สุดท้ายมันก็คือใช่ แต่หากเขาไม่ใช่...จะยื้ออย่างไรก็คงอยู่กับเราได้ไม่นานนัก กับคำถามที่ว่าความรักมักเริ่มต้นด้วยความสุข และจุดจบจะต้องเศร้า จึงไม่ใช่เรื่องจริงเสมอไป…